All for Joomla All for Webmasters
  ในซีรีส์ อ่านกราฟเก่งแค่ไหนก็ไม่กำไร ถ้าไม่บริหารเงินลงทุน ตอนที่ 1 นั้นผมได้แนะนำให้รู้จักกับภาพกว้าง ๆ ของการบริหารเงินลงทุน (Money Management) และยกตัวอย่างประเด็นที่ควรพิจารณาเวลาบริหารเงินลงทุน สำหรับบทความตอนที่ 2 นี้ ผมจะแสดงให้เห็นถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของ Money Management ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้เพื่อน ๆ เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าทำไมการบริหารเงินลงทุนจึงมีความสำคัญและมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับผลกำไรขาดทุนที่จะเกิดขึ้นจากการเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์ในระยะยาว   ที่มาของการบริหารเงินลงทุน   สาเหตุที่ทำให้การบริหารเงินลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เนื่องจากมีความจริงเหล่านี้ผู้ลงทุนทุกคนเวลาเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่หลีกหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ   1 ไม่มีใครสามารถรู้ผลการเทรดล่วงหน้า ว่าผลการเทรดในแต่ละครั้ง ครั้งไหนจะมีผลออกมาเป็นกำไร หรือครั้งไหนจะมีผลออกมาเป็นขาดทุน แต่ผู้ลงทุนทุกคนจะต้องพบกับครั้งที่ผลการเทรดออกมาเป็นขาดทุนอย่างแน่นอน ไม่มีใครที่จะสามารถเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์แล้วทำกำไรได้ทุกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นอาจมีบางช่วงเวลาที่ผลการเทรดออกมาเป็นขาดทุนติดต่อกันหลายครั้งอีกด้วย   2 ไม่รู้ล่วงหน้าว่าจังหวะลงมือเทรดในแต่ละครั้งจะเป็นจังหวะที่ดีมากหรือดีน้อย เราไม่รู้ว่าการเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์ตัวไหนจะให้ผลดีกว่าตัวอื่น เราไม่รู้ล่วงหน้าว่าราคาสินค้าตัวไหนราคาจะขยับช้าหรือเร็ว ไม่รู้ว่าการซื้อขายในแต่ละครั้งจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ไม่รู้ล่วงหน้าในการตัดสินใจลงมือซื้อขายแต่ละครั้งว่าผลที่เกิดขึ้นถ้าเป็นกำไรจะทำให้ได้กำไรมากหรือน้อย แต่สำหรับผลขาดทุนสูงสุดในแต่ละครั้งควรถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วย กลยุทธ์ของการ Stop Loss ตามหลักของการบริหารเงินลงทุน   3 เงินทุนมีจำกัด แต่โอกาสในการเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถซื้อขายได้ทุกโอกาสที่เข้ามา   " ในโลกของการเทรด...
ในตลาดหุ้นหรือ TFEX เค้าว่ากันว่า 100 คน มีคนขาดทุน 80 คน คนเท่าทุน 15 คน คนกำไร 5 คน ข้อความนี้เป็นจริงหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่จากที่อยู่ในวงการของการลงทุนมาสิบกว่าปี ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่ขาดทุนมีจำนวนเยอะกว่าคนที่มีกำไรอย่างแน่นอน   ในเมื่อคนที่เทรดหุ้นหรือ TFEX แล้วเจ๊งเป็นคนส่วนใหญ่ของตลาด ดังนั้นผมคิดว่าเป้าหมายแรกของนักเทรดหน้าใหม่ คงไม่ใช่การพยายามเทรดเพื่อให้ได้กำไรเสียแล้ว แต่น่าจะเป็นการพยายามเทรดยังไงไม่ให้เจ๊งมากกว่า   จากประสบการณ์ในการให้คำแนะนำกับเพื่อน ๆ นักลงทุน พบว่าคนส่วนใหญ่เวลาที่จะซื้อหุ้นมักให้ความสำคัญผลกำไรที่คาดว่าจะได้ โดยการตั้งคำถามว่า “ซื้อหุ้นตัวนี้แล้วราคาเป้าหมายน่าจะไปที่เท่าไหร่ แล้วจะได้กำไรเท่าไหร่” แต่ในทางตรงกันข้ามเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ในการเทรดแต่ละครั้งจะให้ความสำคัญไปที่ความเสี่ยง และผลขาดทุนก่อนเสมอ เพื่อกำหนดว่าในการเทรดแต่ละครั้งจะลงมืออย่างไร   ดังนั้นถ้าจะให้ผมแนะนำมือใหม่ว่า มีเคล็ดลับการเทรดอย่างไรให้ได้กำไร ผมจะบอกว่า “การเทรดให้ได้กำไร ต้องคิดว่าจะเทรดอย่างไรไม่ให้เจ๊ง”   แล้วสุดท้ายผลกำไรจะตามมาเอง ซึ่งความรู้ที่มือใหม่ต้องศึกษาเอาไว้ เพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดในตลาดนั้น ก็คือ การบริหารความเสี่ยงและเงินลงทุน...

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด