All for Joomla All for Webmasters
   เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำที่นักเทคนิคที่มีประสบการณ์มักจะพูดแนะนำอยู่บ่อย ๆ  คือ   “ถึงแม้จะอ่านกราฟหรือวิเคราะห์ทิศทางราคาได้เก่งขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่รู้จักบริหารเงินลงทุน (Money Management) ในการซื้อขาย ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน”   ยิ่งเป็นใครที่ซื้อขายอนุพันธ์พวกฟิวเจอร์ส (Futures) อย่างเช่น SET50 Index Futures , Gold Futures หรือ Single Stock Futures ใน TFEX คำแนะนำที่บอกให้เราต้องรู้จักบริหารเงินลงทุนก็ยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้น เนื่องจากลักษณะของอนุพันธ์นั้นใช้กลไกการวางเงินประกันแทนการจ่ายเงินเต็มจำนวน ทำให้มีอัตราเพิ่มของเงิน (Leverage) ซึ่งทำให้เกิดผลกำไรและขาดทุนจากการซื้อขายได้เร็วกว่าการซื้อขายหุ้นหลายเท่า   ประเด็นที่คนส่วนใหญ่สนใจไม่เกี่ยวข้องกับ Money Management   จากประสบการณ์ที่ผมได้ให้คำแนะนำกับนักลงทุนจำนวนมาก พบว่านักลงทุนที่สนใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่เวลาตัดสินใจซื้อขายหุ้นหรืออนุพันธ์ มักจะให้ความสำคัญกับการอ่านกราฟราคา กราฟ Volume หรือวิเคราะห์ Indicators เพื่อให้ได้คำตอบเพียงว่า        1...
  รายละเอียดในสองตอนที่ผ่านมาผมได้แนะนำให้รู้จักกับประเด็นสำคัญ ที่มา และวัตถุประสงค์ของการบริหารเงินลงทุน (Money Management) สำหรับบทความตอนที่ 3 ผมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนในการบริหารเงินลงทุนก่อนตัดสินใจลงมือซื้อขายหุ้นหรืออนุพันธ์ในแต่ละครั้ง โดยขั้นตอนในการบริหารเงินลงทุนนั้นผมแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ขั้นตอน  ได้แก่ (1) หลังจากได้สัญญาณให้เทรดแล้ว จะตัดสินใจลงมือเทรดหรือไม่ (2) ถ้าตัดสินใจลงมือเทรดจะกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่จะเสี่ยงขาดทุนในการเทรดแต่ละครั้งไว้เท่าไหร่ (3) จัดสรรเงินทุนที่ต้องใช้ในการซื้อขายในแต่ละครั้งเพื่อให้เทรดได้หลาย ๆ ตัวด้วย และ (4) คำนวณจำนวนหุ้นหรือจำนวนสัญญาของอนุพันธ์ที่จะซื้อขายในแต่ละครั้ง   เราลองมาดูรายละเอียดของแต่ละขั้นตอนกันครับว่ามีอะไรบ้าง   หมายเหตุ : ในบทความนี้จะเป็นขั้นตอนก่อนลงมือเทรดนะครับ ส่วนหลังลงมือเทรดไปแล้วก็จะมีหลักการบริหารเงินลงทุนด้วยเช่นเดียวกันแต่จะพูดถึงในตอนถัด  ๆ ไปครับ   ขั้นตอนที่1 : ตัดสินใจว่าจะลงมือเทรดหรือไม่                 ถึงแม้การวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟราคา กราฟ Volume หรือ Indicators จนะได้ข้อสรุปว่าปัจจุบันเป็นจังหวะที่น่าสนใจเทรดแล้วก็ตาม แต่บางครั้งเราอาจจะตัดสินใจไม่ลงมือเทรดครั้งนั้น ๆ ก็ได้ เนื่องจากผลตอบแทนที่จะได้รับไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง   การตัดสินใจว่าจะลงมือเทรดหรือไม่จะพิจารณา"ความคุ้มค่า" โดยเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่คาดว่าจะได้รับในกรณีถ้าการเทรดครั้งนั้นเป็นกำไร (Reward) กับผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้น (Risk)...

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด